ปวดหัวไมเกรนเกิดจากอะไร? เช็กอาการ พร้อมวิธีรับมือและป้องกัน

ศูนย์ : อายุรกรรมทั่วไป

21 กันยายน 2026

ปวดหัวไมเกรน, ไมเกรน, ปวดศีรษะ

อาการปวดศีรษะอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับผู้ที่มี ไมเกรน อาการปวดหัวสามารถรบกวนการทำงาน การพักผ่อน และกิจวัตรต่าง ๆ ได้อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่ต้องใช้สมาธิและพบกับความเครียดในแต่ละวัน การทำความเข้าใจลักษณะของไมเกรน ปัจจัยกระตุ้น รวมถึงแนวทางดูแลและป้องกัน จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ที่มีอาการสามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม


ไมเกรนคืออะไร?

ไมเกรน (Migraine) คืออาการปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเด่นเป็นอาการปวดแบบตุบ ๆ โดยมักเกิดขึ้นบริเวณศีรษะข้างใดข้างหนึ่ง แม้บางกรณีอาจปวดทั้งสองข้างได้ อาการปวดอาจเกิดร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน ตาไวต่อแสง หรือไวต่อเสียง ไมเกรนไม่ใช่เพียงอาการปวดศีรษะทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางและการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีบางชนิดในสมอง โดยสารที่มีบทบาทเกี่ยวข้อง ได้แก่ Serotonin, glutamate, GADA และ CGRP ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกระบวนการที่นำไปสู่อาการปวดศีรษะ โดยลักษณะของอาการและความรุนแรงอาจแตกต่างกันในแต่ละคน ดังนั้นการสังเกตอาการของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการติดตามว่าอาการเกิดขึ้นเมื่อใด และมีสิ่งใดเกิดขึ้นก่อนเริ่มปวดศีรษะ

> กลับสารบัญ


ไมเกรนมีกี่ประเภท?

ไมเกรนสามารถแบ่งตามลักษณะอาการได้หลายประเภท แต่รูปแบบที่พบได้บ่อยมี 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. ไมเกรนแบบไม่มีออร่า หรือ Migraine without Aura เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด โดยข้อมูลในเอกสารระบุว่าพบประมาณ 70-80% ของผู้ป่วยไมเกรน ลักษณะที่พบได้ ได้แก่

  • ปวดศีรษะข้างเดียว แต่บางคนอาจปวดทั้งสองข้าง
  • มีอาการปวดแบบตุบ ๆ หรือรู้สึกเหมือนมีแรงกระแทกบริเวณศีรษะ
  • ความรุนแรงตั้งแต่ระดับปานกลางจนถึงรุนแรง
  • อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย
  • อาจไวต่อแสงและเสียง
  • ไม่มีอาการออร่าเกิดขึ้นก่อนเริ่มปวดศีรษะ

2. ไมเกรนแบบมีออร่า หรือ Migraine with Aura เป็นรูปแบบที่มีอาการเตือนเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างช่วงปวดศีรษะ โดยข้อมูลที่ให้มาระบุว่าพบประมาณ 20-30% ของผู้ป่วยไมเกรน อาการออร่ามักเกิดขึ้นประมาณ 5-60 นาที และสามารถหายไปก่อนเข้าสู่ช่วงปวดศีรษะ อาการที่พบได้ เช่น

  • เห็นแสงวาบ เห็นจุดดำ
  • เห็นเส้นหยักหรือรูปแบบผิดปกติในลานสายตา
  • มองไม่เห็นชั่วคราว ภาพเบลอ
  • รู้สึกชาหรือเหมือนมีเข็มทิ่ม
  • บางรายอาจรู้สึกอ่อนแรงบริเวณแขนหรือขาซีกใดซีกหนึ่ง
  • หลังจากอาการออร่าหายไป อาจตามมาด้วยอาการปวดศีรษะที่มีลักษณะของไมเกรนเช่นเดียวกับรูปแบบที่ไม่มีออร่า

> กลับสารบัญ


อาการปวดหัวไมเกรนเป็นอย่างไร?

อาการปวดหัวไมเกรน มักมีลักษณะปวดตุบ ๆ และมักเกิดบริเวณศีรษะข้างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นทั้งสองข้างได้เช่นกัน นอกจากอาการปวดแล้ว ผู้ที่มีไมเกรนอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน หรือไวต่อแสงและเสียงร่วมด้วย กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองและการปล่อยสาร Neuropeptide ที่เรียกว่า CGRP ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขยายตัวและการอักเสบของหลอดเลือด และนำไปสู่อาการปวดศีรษะ โดยอาการของไมเกรนสามารถมองเป็น 4 ระยะสำคัญ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 ก่อนมีอาการ (Prodrome) ระยะนี้อาจเกิดขึ้นก่อนเริ่มปวดศีรษะประมาณ 24 ชั่วโมง ผู้ที่มีอาการอาจรู้สึกเหนื่อย เพลีย ตื้อ หงุดหงิด ไวต่อแสงหรือเสียง รวมถึงรู้สึกว่าคิดหรือประมวลผลสิ่งต่าง ๆ ได้ช้าลง
  • ระยะที่ 2 อาการนำ (Aura) อาการออร่าเป็นระยะที่เกิดขึ้นในบางคนเท่านั้น โดยข้อมูลในเอกสารระบุว่าอาจเกิดก่อนหรือระหว่างอาการปวดศีรษะประมาณ 20-40 นาที อาการสำคัญคือความผิดปกติด้านการมองเห็น เช่น เห็นแสงวาบหรือเส้นซิกแซก และในบางรายอาจมีอาการอ่อนแรงบริเวณแขนหรือขาครึ่งซีก
  • ระยะที่ 3 ปวดศีรษะ (Headache) ในระยะนี้อาจมีอาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้าง ลักษณะปวดตุบ ๆ และอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หงุดหงิด ปวดคอ รวมถึงไวต่อแสงและเสียงร่วมด้วย ระยะปวดศีรษะอาจคงอยู่ประมาณ 6-72 ชั่วโมง
  • ระยะที่ 4 หลังอาการปวด (Postdrome) หลังอาการปวดศีรษะลดลง ผู้ที่มีไมเกรนอาจยังรู้สึกอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ไม่สดชื่นหรือไม่แจ่มใส รวมถึงปัสสาวะมากหรือกระหายน้ำ อาการในระยะนี้อาจอยู่ตั้งแต่ประมาณ 1 ชั่วโมงจนถึง 4 วัน โดยมีระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 2 วัน

> กลับสารบัญ


สาเหตุของการเกิดไมเกรน

ปัจจุบันสาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดหรือกระตุ้นอาการปวดศีรษะ โดยแต่ละคนอาจมีสิ่งกระตุ้นที่แตกต่างกัน โดยมีปัจจัยที่ควรสังเกต ได้แก่

  • การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง เช่น Serotonin, GADA และ CGRP มีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการเกิดไมเกรน
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจมีความเกี่ยวข้องกับอาการ เช่น ช่วงมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ หรือช่วงหมดประจำเดือน
  • ความเครียด ไม่เพียงแต่ความเครียดเท่านั้น แต่การคลายความเครียดอย่างรวดเร็วก็อาจเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นอาการได้เช่นกัน
  • สิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น แสงจ้า แสงแฟลช เสียงดัง กลิ่นแรง และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
  • อาหารและเครื่องดื่ม อาหารบางชนิด การอดอาหาร รวมถึงการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นในบางคน
  • การนอนหลับ ทั้งการนอนน้อย การนอนมากเกินไป หรือการเปลี่ยนแปลงตารางเวลานอน อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดอาการ
  • การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย การออกกำลังกายอย่างหนัก การเดินทาง หรือการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศ อาจมีส่วนกระตุ้นอาการได้
  • ยาบางชนิดและการสูบบุหรี่ก็เป็นปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาร่วมด้วย

> กลับสารบัญ


วิธีรักษาไมเกรนทำอย่างไร?

การควบคุมไมเกรนสามารถทำได้ทั้งการดูแลตนเองและการใช้ยาอย่างเหมาะสม สำหรับผู้ที่มีอาการบ่อย รุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การติดตามอาการกับแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ

  1. ยาบรรเทาอาการปวดเฉียบพลัน ยากลุ่มนี้ใช้เมื่อเริ่มมีอาการปวด เพื่อช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการ ได้แก่ พาราเซตามอล, ไอบูโพรเฟน, ยากลุ่ม Triptan และยาสำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียน การเลือกใช้ยาควรเป็นไปอย่างเหมาะสมกับลักษณะอาการและคำแนะนำของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
  2. ยาป้องกันไมเกรน สำหรับผู้ที่มีอาการไมเกรนบ่อยหรือมีอาการรุนแรง อาจมีการใช้ยาป้องกันเพื่อลดโอกาสการเกิดอาการ ได้แก่ ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ เช่น Propranolol และยากันชัก (Antiepileptics) การใช้ยาป้องกันควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และมีการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

> กลับสารบัญ


ป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนได้อย่างไร?

  1. นอนให้เพียงพอและเป็นเวลา ควรพักผ่อนประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
  2. สังเกตและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น แสง เสียง กลิ่น อาหารบางชนิด สภาพอากาศ ความเครียด การอดนอน รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป
  3. รับประทานอาหารตรงเวลา และควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  5. จัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิหรือโยคะ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตนเองและการจัดการความเครียด
  6. จดบันทึกอาการไมเกรน การจดบันทึกเวลาเกิดอาการ อาหารที่รับประทาน และกิจกรรมต่าง ๆ ก่อนเริ่มปวดหัว สามารถช่วยให้มองเห็นรูปแบบและปัจจัยกระตุ้นเฉพาะบุคคลได้ชัดเจนขึ้น เมื่อทราบสิ่งกระตุ้นแล้ว ก็จะสามารถวางแผนหลีกเลี่ยงได้ตรงจุดมากขึ้น
  7. ใช้ยาป้องกันตามคำแนะนำของแพทย์

> กลับสารบัญ


หากอาการปวดหัวไมเกรนเกิดขึ้นบ่อย รุนแรง หรือรบกวนการใช้ชีวิต ควรเข้ารับการประเมินและติดตามอาการกับแพทย์ เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลและเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไมเกรน (FAQ)

  • Q: ไมเกรนแตกต่างจากอาการปวดหัวทั่วไปอย่างไร?

    A: ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะที่มีลักษณะเฉพาะ โดยมักปวดแบบตุบ ๆ และอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง พร้อมอาการร่วม เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสงหรือเสียง นอกจากนี้บางคนยังมีอาการออร่าก่อนเข้าสู่ช่วงปวดศีรษะ

  • Q: ไมเกรนมีอาการเตือนก่อนปวดหัวหรือไม่?

    A: บางคนมีอาการเตือนที่เรียกว่า ออร่า แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน อาการอาจเกี่ยวข้องกับการมองเห็น เช่น เห็นแสงวาบ เส้นซิกแซก จุดดำ ภาพเบลอ หรือมองไม่เห็นชั่วคราว รวมถึงอาการชาและอ่อนแรงในบางราย

  • Q: จะป้องกันอาการไมเกรนได้อย่างไร?

    A: ควรเริ่มจากการดูแลพฤติกรรมพื้นฐาน เช่น นอนหลับให้เพียงพอและเป็นเวลา รับประทานอาหารตรงเวลา ดื่มน้ำให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จัดการความเครียด และสังเกตปัจจัยกระตุ้นของตนเองด้วยการจดบันทึกอาการ หากมีอาการบ่อยหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางป้องกันที่เหมาะสม


บทความสุขภาพ