โรคหืดในเด็ก อาการหอบหืดในเด็ก สาเหตุ วิธีรักษาและดูแลลูก

ศูนย์ : สุขภาพเด็ก

18 กันยายน 2026

โรคหืดในเด็ก, อาการหอบหืดในเด็ก, ลูกหายใจเสียงวี้ด

เมื่อลูกมีอาการไอบ่อย หายใจไม่สะดวก หรือมีเสียงวี้ดขณะหายใจ คุณพ่อคุณแม่อาจไม่แน่ใจว่าอาการดังกล่าวเกิดจากไข้หวัดทั่วไป ภูมิแพ้ หรือเป็นสัญญาณของ โรคหืดในเด็ก โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดซ้ำ ๆ เป็นช่วง ๆ หรือมีปัจจัยบางอย่างกระตุ้นให้ลูกหอบมากขึ้น เช่น เช่น มลพิษทางอากาศ ควันบุหรี่ ควันรถยนต์ และฝุ่น PM2.5 การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะโรคหืดเกี่ยวข้องกับการอักเสบของทางเดินหายใจ และอาจทำให้เด็กหายใจลำบากเมื่อเกิดการกำเริบ หากพบว่าลูกหายใจเสียงวี้ด ไอเรื้อรัง หอบเหนื่อย หรือมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสฝุ่น ควัน หรือสารก่อภูมิแพ้ ควรพาเด็กไปพบกุมารแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุและวางแนวทางดูแลอย่างเหมาะสม


โรคหืดในเด็ก คืออะไร?

โรคหืดในเด็ก หรือ หอบหืด เป็นภาวะที่ทางเดินหายใจมีการอักเสบเรื้อรัง ทำให้หลอดลมมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ เมื่อเด็กสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งระคายเคืองบางชนิด หลอดลมอาจตอบสนองด้วยการบวม มีมูกหรือเสมหะเพิ่มขึ้น และกล้ามเนื้อบริเวณหลอดลมหดเกร็ง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง อากาศจึงผ่านเข้าและออกจากปอดได้ไม่สะดวก เด็กอาจเริ่มมีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจติดขัด หายใจมีเสียงวี้ด หรือเกิดอาการหอบเหนื่อยตามมา อาการของโรคอาจไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่สามารถกำเริบเมื่อเจอกับสิ่งกระตุ้น และอาจบรรเทาลงหลังได้รับยาขยายหลอดลมตามแนวทางการรักษาที่แพทย์กำหนด

> กลับสารบัญ


อาการหอบหืดในเด็ก มีอะไรบ้าง?

การสังเกตอาการเป็นสิ่งที่ช่วยให้พ่อแม่มีข้อมูลสำคัญสำหรับแจ้งแพทย์ โดยอาการของโรคหืดในเด็กอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือกลับมาเป็นซ้ำได้ ดังนี้

  1. ไอเรื้อรังหรือไอบ่อยผิดปกติ เด็กอาจมีอาการไอต่อเนื่องหรือไอเป็นช่วง ๆ โดยลักษณะที่ควรสังเกตเป็นพิเศษคือ ไอมากในเวลากลางคืนหรือช่วงเช้ามืด หากลูกมีอาการเช่นนี้ซ้ำ ๆ ควรจดจำช่วงเวลาที่เกิดอาการไว้เพื่อแจ้งแพทย์
  2. ลูกหายใจเสียงวี้ด เสียงวี้ดหรือเสียงหวีดที่เกิดขึ้นระหว่างหายใจเป็นอีกอาการที่ควรเฝ้าระวัง เนื่องจากอาจสัมพันธ์กับการที่ทางเดินหายใจตีบแคบลง ทำให้อากาศผ่านทางหลอดลมได้ไม่สะดวก
  3. หายใจติดขัดและหอบเหนื่อย ลูกอาจดูเหนื่อยกว่าปกติ หายใจลำบาก หรือมีอาการแน่นหน้าอก อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็น ๆ หาย ๆ และไม่ได้จำเป็นต้องเกิดตลอดเวลา
  4. อาการเกิดหลังเจอสิ่งกระตุ้น หากลูกมีอาการชัดเจนขึ้นหลังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ควัน มลพิษ หรือในช่วงที่มีการติดเชื้อไวรัส ข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการประเมินสาเหตุและตัวกระตุ้นของโรค นอกจากนี้ ความเครียดก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่สัมพันธ์กับการกำเริบของอาการในเด็กบางราย
  5. มีอาการภูมิแพ้ร่วมด้วย เด็กที่มีโรคหืดอาจพบปัญหาภูมิแพ้อื่นร่วมด้วย เช่น จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ หรือผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ ดังนั้นประวัติสุขภาพโดยรวมของเด็กจึงเป็นข้อมูลสำคัญในการพบแพทย์

> กลับสารบัญ


สัญญาณอันตรายของโรคหืดในเด็กที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ไม่ใช่ทุกอาการไอหรือเสียงวี้ดจะเป็นภาวะฉุกเฉิน แต่หากเด็กเริ่มหายใจลำบากมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิด หากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลทันที

  • ชายโครงหรือหน้าอกบุ๋มลึกขณะหายใจ
  • ปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ริมฝีปากหรือเล็บมือเล็บเท้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ
  • หอบเหนื่อยมากจนไม่สามารถพูดเป็นประโยคได้
  • เหนื่อยมากจนไม่สามารถกินนมหรือดื่มน้ำได้

สัญญาณเหล่านี้สะท้อนถึงความผิดปกติของการหายใจที่ไม่ควรปล่อยให้รอดูอาการเองที่บ้าน การได้รับการประเมินและรักษาอย่างรวดเร็วจึงมีความสำคัญ

> กลับสารบัญ


โรคหืดในเด็กเกิดจากอะไร? ปัจจัยกระตุ้นที่พ่อแม่ควรรู้

โรคหืดไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งพื้นฐานทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก

  • พันธุกรรมและประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เด็กที่มีคุณพ่อ คุณแม่ หรือพี่น้องเป็นโรคหืดหรือโรคภูมิแพ้ อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจ สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของหลอดลม และอาจทำให้อาการหอบหืดกำเริบได้ง่ายขึ้น
  • สารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม สิ่งใกล้ตัวหลายชนิดสามารถเป็นตัวกระตุ้นได้ เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ เศษรังแคจากสุนัขและแมว ละอองเกสร หญ้า
  • ควันและมลพิษทางอากาศ เช่น ควันบุหรี่ ควันรถยนต์ ก๊าซพิษ และมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 เป็นอีกกลุ่มปัจจัยที่ควรระวัง โดยเฉพาะในเด็กที่มีระบบทางเดินหายใจไวต่อสิ่งกระตุ้น

> กลับสารบัญ


แพทย์วินิจฉัยโรคหืดในเด็กอย่างไร?

การวินิจฉัยโรคหืดจำเป็นต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์ โดยไม่ได้พิจารณาเพียงอาการใดอาการหนึ่ง แพทย์อาจใช้ข้อมูลจากหลายด้านประกอบกัน ดังนี้

  • การซักประวัติ แพทย์จะสอบถามลักษณะอาการ เช่น เคยมีเสียงวี้ดขณะหายใจหรือไม่ มีอาการไอเรื้อรังหรือไม่ ไอตอนกลางคืนมากขึ้นหรือไม่ รวมถึงอาการที่เกิดขึ้นระหว่างหรือหลังการออกกำลังกาย ข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่อาการเกิดขึ้นและสิ่งที่อาจกระตุ้นอาการก็มีความสำคัญเช่นกั
  • การตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจร่างกายและฟังเสียงปอด เพื่อประเมินว่ามีเสียงผิดปกติ เช่น เสียง Wheezing หรือความผิดปกติของการนำอากาศเข้าสู่ปอดหรือไม่
  • การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ ในกรณีที่เหมาะสม แพทย์อาจพิจารณาตรวจ Skin Prick Test หรือการตรวจเลือด เพื่อประเมินสารก่อภูมิแพ้ที่อาจสัมพันธ์กับอาการของเด็ก
  • การตรวจสมรรถภาพปอด เด็กที่มีอายุประมาณ 6 ปีขึ้นไปอาจสามารถตรวจสมรรถภาพปอดได้ การตรวจจะประเมินปริมาตรและความเร็วของลมที่เด็กสามารถเป่าออกมา เพื่อดูการทำงานของระบบทางเดินหายใจและภาวะอุดกั้นของทางเดินหายใจ
  • การตรวจภาพรังสีทรวงอก ในบางกรณี แพทย์อาจตรวจภาพรังสีทรวงอกเพื่อช่วยแยกโรคอื่นที่สามารถทำให้เด็กมีอาการไอหรือหายใจมีเสียงวี้ดคล้ายกับโรคหืด

> กลับสารบัญ


วิธีรักษาโรคหืดในเด็ก

แนวทางการรักษาโดยทั่วไปประกอบด้วย การใช้ยาเพื่อควบคุมอาการและการลดปัจจัยกระตุ้น โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละราย ได้แก่

  • ยาบรรเทาอาการหอบเฉียบพลัน ยากลุ่ม Quick Reliever เช่น ยาพ่นขยายหลอดลม มีบทบาทในช่วงที่เด็กเกิดอาการหอบหืดกำเริบ โดยช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งบริเวณหลอดลม ทำให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นและช่วยให้อากาศผ่านได้สะดวกขึ้น
  • ยาควบคุมโรค ยากลุ่ม Controller เช่น ยาพ่นสเตียรอยด์ ใช้เพื่อช่วยลดการอักเสบของหลอดลม ยาประเภทนี้ต้องใช้ตามแผนที่แพทย์กำหนดอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เด็กไม่มีอาการก็ตาม
  • การรักษาโรคร่วม หากเด็กมีโรคหรือภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น ภูมิแพ้จมูก โพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง หรือนอนกรน แพทย์อาจพิจารณาดูแลภาวะเหล่านี้ร่วมกัน เพื่อให้การควบคุมปัญหาระบบทางเดินหายใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ การเลือกชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลาในการใช้ยา ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรปรับหรืองดยาด้วยตนเอง

> กลับสารบัญ


วิธีดูแลลูกที่เป็นโรคหืดโดยไม่ใช้ยา

การดูแลสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสการกำเริบของอาการ ดังนี้

  • ลดการสัมผัสสิ่งกระตุ้น พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการของลูก เช่น ไรฝุ่น ขนหรือรังแคสัตว์ ควันบุหรี่ ควันไฟ รวมถึงมลพิษในอากาศ
  • ดูแลความสะอาดภายในบ้าน ควรให้ความสำคัญกับบริเวณห้องนอนและเครื่องนอน ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ลดการสะสมของไรฝุ่น
  • ป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ ให้ลูกพักผ่อนอย่างเพียงพอ ล้างมือเป็นประจำ และลดโอกาสสัมผัสเชื้อในสถานที่แออัด
  • รับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ เด็กที่เป็นโรคหืดควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น วัคซีนนิวโมคอคคัส และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม โรคหืดไม่ควรทำให้เด็กหยุดทำกิจกรรมทุกอย่าง การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์สามารถช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของร่างกาย รวมถึงปอดและกล้ามเนื้อหัวใจได้

> กลับสารบัญ


เป้าหมายของการดูแลไม่ใช่เพียงทำให้อาการหอบลดลงในแต่ละครั้ง แต่คือ การช่วยควบคุมโรคในระยะยาว การรู้จักอาการหอบหืดในเด็ก และแยกให้ออกว่าเมื่อใดเป็นอาการที่ควรติดตาม และเมื่อใดเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องไปโรงพยาบาล เพื่อให้เด็กสามารถเติบโต ทำกิจกรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ตามวัย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหืดในเด็ก (FAQs)

  • Q: อาการหอบหืดในเด็กสังเกตจากอะไรได้บ้าง?

    A: เสียงวี้ดเป็นอาการหนึ่งที่พบได้ในโรคหืด แต่จากข้อมูลที่ให้มาไม่ได้ระบุว่าเสียงวี้ดเพียงอย่างเดียวสามารถใช้ยืนยันการวินิจฉัยโรคได้ ดังนั้นหากลูกมีอาการดังกล่าวซ้ำ ๆ หรือมีอาการหายใจลำบาก ควรให้กุมารแพทย์ประเมินร่วมกับประวัติ อาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจที่เหมาะสม

  • Q: อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาล?

    A: หากลูกมีหน้าอกหรือชายโครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน ริมฝีปากหรือเล็บมีสีเขียวคล้ำ หอบเหนื่อยจนพูดเป็นประโยคไม่ได้ หรือเหนื่อยจนไม่สามารถกินนมหรือดื่มน้ำได้ ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะเป็นสัญญาณอันตรายที่แสดงถึงภาวะหายใจลำบาก

  • Q: ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์อันตรายหรือไม่ และต้องใช้อย่างไรให้ปลอดภัย?

    A: ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์มีความปลอดภัยสูงมากเมื่อใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์เฉพาะที่บริเวณเยื่อบุจมูก มีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดน้อยมาก ต่างจากสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน การใช้อย่างถูกต้องควรพ่นสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง และพ่นเอียงปลายหัวพ่นไปทางปีกจมูกเพื่อลดการระคายเคืองผนังกั้นช่องจมูก

ทีมแพทย์ สุขภาพเด็ก

นพ. กฤษณ์ เชี่ยวชาญประพันธ์
สุขภาพเด็ก

กุมารเวชศาสตร์/กุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา

นัดหมายแพทย์
พญ. ขนิษฐา เกตุวัฒนกิจ
สุขภาพเด็ก

กุมารเวชศาสตร์/กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

นัดหมายแพทย์

บทความสุขภาพ