สถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue) ซึ่งมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ (DENV 1-4) โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคหลัก อาการที่พบบ่อยคือไข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส ตาและใบหน้าแดง ปวดท้อง หรือมีจุดเลือดออกตามตัว หากรุนแรงอาจเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้ ที่น่ากังวลคือ ผู้ที่เคยป่วยแล้วยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ และอาจมีอาการรุนแรงกว่าเดิม การฉีดวัคซีนไข้เลือดออก (Dengue Vaccine) จึงเป็นแนวทางป้องกันที่สำคัญที่สุดเพื่อลดความรุนแรงของโรค
ทำไมทุกคนจึงควรฉีดวัคซีนไข้เลือดออก
เนื่องจากไข้เลือดออกติดต่อผ่านยุงลาย ซึ่งการป้องกันไม่ให้โดนยุงกัดตลอดเวลานั้นทำได้ยาก วัคซีนจึงเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ดังนี้
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน (โรคอ้วน)
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคไต หรือโรคเลือด (ธาลัสซีเมีย)
- ผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีภูมิต้านทานต่ำและมีโรคประจำตัวหลายอย่าง
> กลับสารบัญ
วัคซีนไข้เลือดออกในประเทศไทยมีกี่ชนิด
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก 4 สายพันธุ์ ในประเทศไทยอยู่ 2 ชนิด ได้แก่
- วัคซีน Dengvaxia (ชนิด 3 เข็ม) วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์จากฝรั่งเศส ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสร้างเกราะป้องกันเชื้อ มีประสิทธิภาพป้องกันโรคและลดความรุนแรงของอาการได้ 80% พร้อมช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลได้ถึง 75% ฉีดจำนวนเข็ม 3 เข็ม (ห่างกัน 6 เดือนที่เดือน 0, 6, 12) ในผู้ที่มีอายุ 6 - 45 ปี โดยมีเงื่อนไขต้องเคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนเท่านั้น (หากไม่แน่ใจต้องตรวจเลือด)
- วัคซีน Qdenga (ชนิด 2 เข็ม) นวัตกรรมวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์รุ่นใหม่จากเยอรมนี ที่ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันไข้เลือดออกทุกสายพันธุ์สูงถึง 80.2% และโดดเด่นในการลดโอกาสเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลได้สูงถึง 90.4% ฉีดจำนวน 2 เข็ม (ห่างกัน 3 เดือนที่เดือน 0, 3) ในผู้ที่มีอายุ 4 - 60 ปี สามารถฉีดได้ทั้งในคนที่เคยและไม่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อน
> กลับสารบัญ
ผลข้างเคียงและข้อห้ามที่ควรรู้
ผลข้างเคียงทั่วไป อาจมีอาการปวดบริเวณที่ฉีด ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ หรือไข้ต่ำ ๆ ซึ่งมักจะหายเองภายใน 1-3 วัน
> กลับสารบัญ
บุคคลที่ไม่ควรฉีดวัคซีน (เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น)
- ผู้ที่มีภาวะภูมิไวเกินต่อตัวยาหรือส่วนประกอบในวัคซีน
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด หรือได้รับยาที่กดภูมิคุ้มกัน (เช่น เคมีบำบัด)
- ผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ที่มีอาการหรือมีหลักฐานว่าภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงที่กำลังให้นมบุตร
> กลับสารบัญ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน ฉีดวัคซีนได้ไหม?
A: ได้ โดยแนะนำให้ใช้วัคซีน Qdenga ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่สามารถฉีดได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกันก่อน
2. วัคซีนไข้เลือดออกป้องกันได้กี่สายพันธุ์?
A: ปัจจุบันวัคซีนทั้ง 2 ชนิดที่มีในไทย สามารถป้องกันเชื้อไวรัสเดงกี่ได้ครอบคลุมทั้ง 4 สายพันธุ์
3. ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว จะยังมีโอกาสเป็นไข้เลือดออกอยู่ไหม?
A: วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้ประมาณ 80% แต่จุดเด่นสำคัญคือช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสที่ต้องนอนโรงพยาบาลได้สูงถึง 90%
> กลับสารบัญ
การฉีดวัคซีนคือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่า ช่วยให้คุณและครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยงจากอาการรุนแรง หากคุณสนใจเข้ารับบริการหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนที่เหมาะกับคุณ แพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลนครธน 2 พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาอย่างละเอียด